หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปรับรูปหน้า คุณภาพผิว กำจัดขน ทรีตเม้นท์ การหาสาเหตุภาวะน้ำหนักเกิน การรักษาภาวะน้ำหนักเกิน การหาสาเหตุและรักษาภาวะ "นอนหลับยาก"
โปรโมชั่น รีวิว บทความ ติดต่อเรา
LANGUAGE

What is Hyperbaric Oxygen Therapy?

Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) คือการบำบัดด้วยออกซิเจนภายใต้สภาวะที่มีความดันสูงกว่าความดันบรรยากาศปกติ โดยผู้รับบริการจะอยู่ภายใน Hyperbaric Chamber และหายใจออกซิเจนตาม Protocol ที่กำหนด

เมื่อความดันของออกซิเจนเพิ่มขึ้น ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในพลาสมาจะเพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อได้มากกว่าภาวะปกติ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ในภาวะที่มีข้อบ่งใช้เฉพาะ

 

HBOT ช่วยดูแลอะไรได้บ้าง?
เพิ่มการส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อ
สนับสนุนการฟื้นตัวและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
ช่วยในการดูแลแผลบางประเภทที่หายยาก
ใช้เป็นการรักษาเสริมในภาวะเนื้อเยื่อเสียหายบางประเภท
สนับสนุนการฟื้นตัวหลังศัลยกรรมในบางกรณี
อาจช่วยเรื่องอาการบวมและการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อหลังศัลยกรรมในผู้ที่เหมาะสม
มีงานวิจัยบางส่วนพบผลด้านคุณภาพการนอนในประชากรเฉพาะ
ใช้ในภาวะทางการแพทย์ที่มีข้อบ่งใช้สำหรับ HBOT

ผลลัพธ์ของ Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) แตกต่างกันตามเป้าหมาย ภาวะสุขภาพ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล จึงไม่มีระยะเวลาเห็นผลที่ตายตัว

  • การฟื้นตัวของเนื้อเยื่อและแผล  ควรประเมินการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องตลอด Course ไม่ใช่จากการทำเพียงครั้งเดียว
  • การฟื้นตัวหลังศัลยกรรม   อาจช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อและการจัดการอาการบวมในบางกรณี โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัดและสภาพเนื้อเยื่อ
  • คุณภาพการนอน  มีงานวิจัยพบผลที่ดีขึ้นหลังทำต่อเนื่องหลายครั้งในประชากรเฉพาะ แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะกำหนดว่าต้องทำกี่ครั้งสำหรับคนทั่วไป
  • ภาวะทางการแพทย์อื่น ๆ  ระยะเวลาและจำนวนครั้งแตกต่างกันตามข้อบ่งใช้และ Protocol การรักษา

HBOT จึงเหมาะกับการ ประเมินผลเป็นรายบุคคลและติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการกำหนดว่าทุกคนจะเห็นผลภายในจำนวนครั้งเดียวกัน

 

ควรทำกี่ครั้ง
แนะนำเริ่มต้น 3 ครั้ง และสามารถทำต่อเนื่องตามการประเมิน เพื่อช่วยสนับสนุนการส่งออกซิเจน การฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ และผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องตามเป้าหมาย
HBOT อันตรายไหม?
โดยทั่วไป HBOT ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อได้รับการประเมินก่อนทำและอยู่ภายใต้ Protocol ที่เหมาะสม ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือหูอื้อ แน่นหู หรือปวดหูจากการเปลี่ยนแปลงของแรงดัน ส่วนภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น Oxygen Toxicity หรืออาการชัก พบได้น้อย
ระยะเวลาในการทำ
ระยะเวลาในการทำขึ้นอยู่กับ Protocol และเครื่องที่ใช้ โดย Medical HBOT มักมีช่วงการรักษาประมาณ 90–120 นาทีต่อครั้ง แต่บาง Protocol อาจแตกต่างออกไป

จุดเด่นของ HBOT

เพิ่ม Oxygen Delivery
ช่วยเพิ่มการส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อ

สนับสนุน Tissue Recovery
ช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นตัวของเนื้อเยื่อในภาวะที่เหมาะสม

ดูแลร่วมกับ Post-Surgery Recovery
สามารถใช้เป็นการดูแลเสริมหลังศัลยกรรมในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อมีเป้าหมายด้านการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อและแผล

Personalized Protocol
จำนวนครั้ง ความถี่ และ Protocol สามารถวางแผนตามเป้าหมายและสุขภาพของแต่ละบุคคล

HBOT เหมาะกับใคร?
  • ผู้ที่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์สำหรับ HBOT
  • ผู้ที่มีแผลบางประเภทที่หายยาก
  • ผู้ที่ต้องการดูแลการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อหลังศัลยกรรมในกรณีที่เหมาะสม
  • ผู้ที่มีเนื้อเยื่อหรือแผลที่ต้องการการดูแลเสริมด้าน Oxygen Delivery
  • ผู้ที่ได้รับคำแนะนำให้ใช้ HBOT เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา
  • ผู้ที่ผ่านการประเมินสุขภาพและไม่มีข้อห้ามในการทำ HBOT

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจาก Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT)

  • หูอื้อ แน่นหู หรือปวดหู จากการเปลี่ยนแปลงของแรงดัน
  • รู้สึกไม่สบายบริเวณไซนัส
  • การบาดเจ็บจากแรงดัน (Barotrauma) โดยเฉพาะบริเวณหูและไซนัส
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลงชั่วคราว ในบางกรณี
  • รู้สึกอึดอัดหรือวิตกกังวล ขณะอยู่ภายใน Hyperbaric Chamber
  • ภาวะพิษจากออกซิเจน (Oxygen Toxicity) พบได้น้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้

โดยทั่วไป HBOT สามารถทำได้อย่างปลอดภัยเมื่อมี การคัดกรอง ประเมินความเหมาะสม และใช้ Protocol ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม การรักษายังคงมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับแรงดันและการได้รับออกซิเจนความเข้มข้นสูง จึงควรได้รับการประเมินโดยบุคลากรทางการแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา

01
หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
02
พักสักครู่หากรู้สึกหูอื้อ แน่นหู หรือเวียนศีรษะ
03
ดื่มน้ำให้เพียงพอ หากไม่มีข้อจำกัดทางสุขภาพ
04
หากทำเพื่อดูแลหลังศัลยกรรม ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ผ่าตัดควบคู่กัน
05
หากมีอาการผิดปกติหรือไม่ดีขึ้น ควรแจ้งผู้ดูแลเพื่อประเมิน

ควรแจ้งก่อนทำหากมี

  • โรคปอดหรือประวัติ Pneumothorax
  • หวัด คัดจมูก หรือไซนัสอักเสบ
  • ปัญหาเกี่ยวกับหูหรือการปรับแรงดัน
  • โรคเบาหวาน
  • โรคลมชักหรือมีประวัติชัก
  • Claustrophobia
  • เพิ่งได้รับการผ่าตัด
  • ใช้ยาหรือเคมีบำบัดบางชนิด
  • ตั้งครรภ์
  • มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ฝังในร่างกาย

Untreated Pneumothorax เป็นข้อห้ามสำคัญของ HBOT และจำเป็นต้องได้รับการรักษาก่อน

คำแนะนำจาก Enchant
  • ควรประเมินสุขภาพก่อนเริ่ม HBOT
  • แจ้งโรคประจำตัว ยา และประวัติโรคปอดหรือปัญหาหู/ไซนัสก่อนทำ
  • แนะนำเริ่มต้น 3 ครั้ง และประเมินผลก่อนวางแผนทำต่อเนื่อง
  • หากมีอาการผิดปกติระหว่างทำ เช่น ปวดหู แน่นหน้าอก หรือเวียนศีรษะ ควรแจ้งผู้ดูแลทันที
  • ควรทำตาม Protocol ที่เหมาะกับสุขภาพและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

FAQ — สิ่งที่คุณอยากรู้

HBOT อันตรายไหม?
โดยทั่วไป HBOT ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อมีการประเมินสุขภาพก่อนทำและใช้ Protocol ที่เหมาะสม อาการที่อาจพบได้ เช่น หูอื้อ แน่นหู หรือไม่สบายจากการเปลี่ยนแปลงของแรงดัน ส่วนภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้น้อย
HBOT ช่วยลดบวมหลังศัลยกรรมได้ไหม?
HBOT อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเสริมหลังศัลยกรรมในบางกรณี เพื่อสนับสนุนการส่งออกซิเจนและการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับการศัลยกรรมทุกประเภท จึงควรประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
HBOT ช่วยให้นอนหลับดีขึ้นไหม?
ช่วยสนับสนุนคุณภาพการนอนได้ค่ะ โดย HBOT ช่วยเพิ่มการส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อ และมีงานวิจัยพบผลด้านคุณภาพการนอนที่ดีขึ้นในประชากรบางกลุ่ม อย่างไรก็ตาม การนอนที่ดีขึ้นควรดูแลร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความเครียด พฤติกรรมการนอน และสุขภาพโดยรวม การทำ HBOT อย่างต่อเนื่องจึงสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพและการพักผ่อนแบบองค์รวม
HBOT เจ็บไหม? ตอนอยู่ในเครื่องรู้สึกอย่างไร?
โดยทั่วไปไม่เจ็บ สามารถนอนพักผ่อนระหว่างทำได้ ช่วงปรับแรงดันอาจรู้สึกแน่นหูเล็กน้อยคล้ายตอนขึ้นเครื่องบิน และสามารถแจ้งผู้ดูแลได้ตลอดการทำ
ถ้าไม่ได้มีปัญหาสุขภาพ สามารถทำ HBOT ได้ไหม?
สามารถประเมินเพื่อทำได้ค่ะ โดย HBOT อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพและการฟื้นตัวของร่างกาย อย่างไรก็ตาม ควรประเมินสุขภาพก่อน เพื่อดูว่าเหมาะกับคุณหรือไม่
HBOT ต่างจากการสูดออกซิเจนทั่วไปอย่างไร?
HBOT ไม่ได้เป็นเพียงการสูดออกซิเจน แต่ใช้ร่วมกับความดันที่สูงกว่าปกติ ทำให้ออกซิเจนละลายในพลาสมาเพิ่มขึ้นและส่งไปยังเนื้อเยื่อได้มากขึ้น จึงเป็นการให้ออกซิเจนในรูปแบบที่แตกต่างจากการสูดออกซิเจนทั่วไป
ก่อนทำ HBOT ต้องตรวจสุขภาพไหม?
แนะนำให้ประเมินก่อนทำค่ะ เพื่อเช็กสุขภาพ โรคประจำตัว และข้อควรระวังต่าง ๆ พร้อมเลือก Protocol และจำนวนครั้งให้เหมาะกับแต่ละคน โดยที่ The Enchant สามารถ ปรึกษาแพทย์ก่อนทำได้ฟรี